เจ้าของห้องไม่คืนเงินประกัน ทำอย่างไร: คู่มือเรียกเงินคืนสำหรับผู้เช่าย่านนานา

เจ้าของห้องไม่คืนเงินประกัน เป็นปัญหาที่ผู้เช่าย่านนานาเจอบ่อยเป็นพิเศษ เพราะห้องจำนวนไม่น้อยในละแวกซอย 3 ถึงซอย 4 ปล่อยเช่าผ่านเอเจนต์หรือเจ้าของรายย่อยที่บริหารเอง ทำให้เส้นทางเรียกเงินคืนไม่ชัดเจนเท่าคอนโดใหญ่ที่มีนิติบุคคลดูแล บทความนี้ไล่ตั้งแต่วิธีเช็กว่าเจ้าของของคุณเข้าเกณฑ์กฎหมายควบคุมสัญญาเช่าหรือไม่ ไปจนถึงหลักฐานที่ต้องเก็บและลำดับขั้นการทวงคืนที่ได้ผลจริง โดยเฉพาะสำหรับผู้เช่าต่างชาติที่มักมีเวลาจำกัดก่อนบินออกนอกประเทศ

สารบัญ
สิทธิของคุณตามกฎหมาย: เมื่อไหร่เจ้าของ 'ต้อง' คืนใน 7 วัน
ก่อนอื่นต้องแยกให้ออกว่าเจ้าของห้องของคุณเข้าข่ายกฎหมายควบคุมสัญญาเช่าหรือไม่ เพราะเส้นแบ่งนี้ตัดสินว่าคุณจะได้เงินคืนใน 7 วันหรือต้องรอ 'ตามเวลาอันสมควร' แบบไม่มีกำหนด ประกาศ สคบ. เรื่องธุรกิจให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา เดิมบังคับใช้ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2561 กับผู้ให้เช่าที่แบ่งปล่อยเช่าตั้งแต่ 5 หน่วยขึ้นไป ต่อมาฉบับใหม่ พ.ศ. 2568 ที่มีผลตั้งแต่ 4 กันยายน 2568 ขยายความคุ้มครองลงมาเหลือ 3 หน่วยขึ้นไป เมื่อเข้าข่าย ผู้ให้เช่าจะเรียกค่าเช่าล่วงหน้ารวมกับเงินประกันได้ไม่เกิน 3 เดือน เก็บค่าน้ำค่าไฟได้ตามจริงไม่เกินอัตราการประปา/การไฟฟ้า และเมื่อสัญญาสิ้นสุดโดยตรวจแล้วไม่พบความเสียหาย ต้องคืนเงินประกันภายใน 7 วัน ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท
ปัญหาจริงของนานาคือห้องจำนวนมากไม่ได้ปล่อยเช่าตรงจากเจ้าของคอนโด แต่เป็นการเช่าช่วงผ่านเอเจนต์แถวสุขุมวิท ซอย 3 และซอย 4 ซึ่งบางรายถือครองห้องหลายยูนิตในตึกเดียว บางรายปล่อยห้องเดียว ถ้าคนที่คุณเซ็นสัญญาด้วยปล่อยเช่าเพียงห้องเดียวจริง ๆ เขาจะไม่เข้าข่ายประกาศ สคบ. และการคืนเงินจะกลับไปใช้หลัก 'ภายในเวลาอันสมควร' ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งไม่มีกรอบ 7 วันตายตัว ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำคือหาให้เจอว่าใครคือ 'ผู้ให้เช่า' ตัวจริง และเขาถือห้องกี่ยูนิต ข้อมูลนี้มักถามได้จากนิติบุคคลของอาคาร
| สถานะผู้ให้เช่า | กรอบคืนเงินประกัน | เพดานเงินล่วงหน้า+ประกัน |
|---|---|---|
| ปล่อยเช่า 3 หน่วยขึ้นไป (ฉบับ 2568) | ภายใน 7 วันหลังตรวจไม่พบความเสียหาย | รวมกันไม่เกิน 3 เดือน |
| ปล่อยเช่า 5 หน่วยขึ้นไป (ฉบับ 2561) | ภายใน 7 วันหลังตรวจไม่พบความเสียหาย | ประกันไม่เกิน 1 เดือน ล่วงหน้าไม่เกิน 1 เดือน |
| ปล่อยเช่าห้องเดียว/ต่ำกว่าเกณฑ์ | 'ภายในเวลาอันสมควร' ตาม ป.พ.พ. ไม่มีกำหนด 7 วัน | ไม่มีเพดานตามประกาศ สคบ. |
สึกหรอตามปกติ vs. ความเสียหายที่หักได้: เส้นแบ่งด้วยตัวอย่างจริงในนานา
เมื่อเจ้าของอ้างว่าจะหักเงินประกัน คำถามแรกคือความเสียหายนั้น 'จริง' หรือเป็นเพียงการเสื่อมสภาพตามการใช้งาน กฎหมายให้หักได้เฉพาะความเสียหายจริง เช่น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ หรือระบบสาธารณูปโภคเสียหาย และผู้ให้เช่าต้องมีใบเสร็จค่าซ่อมหรือการประเมินราคาที่สมเหตุสมผลมายืนยัน ส่วนการสึกหรอตามอายุการใช้งานปกติ เช่น สีผนังซีด รอยขีดข่วนเล็กน้อย หรือหลอดไฟขาด ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่หักจากเงินประกันไม่ได้ หลักคิดคือ ยิ่งเจ้าของพิสูจน์ด้วยเอกสารไม่ได้ ยิ่งหักไม่ได้
ข้อดี
- สีผนังซีดจาง หรือดูหม่นลงตามเวลา ถือเป็นการเสื่อมสภาพปกติ หักไม่ได้
- รอยขีดข่วนเล็กน้อยบนพื้นหรือผนังจากการใช้ชีวิตประจำวัน หักไม่ได้
- หลอดไฟขาดหรืออุปกรณ์หมดอายุการใช้งานตามปกติ หักไม่ได้
- เฟอร์นิเจอร์ที่ทรุดโทรมลงตามการใช้งานปกติโดยไม่มีการทำให้พังโดยตรง หักไม่ได้
ข้อควรพิจารณา
- ผนัง เฟอร์นิเจอร์ หรือระบบไฟ/ประปาที่เสียหายจริงจากการกระทำของผู้เช่า หักได้ แต่ต้องมีใบเสร็จหรือประเมินราคา
- ผ้าม่านที่เปื้อนคราบบุหรี่จนต้องเปลี่ยน มีแนวโน้มถูกหักได้ หากพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากผู้เช่า
- ความเสียหายที่ไม่มีหลักฐานค่าซ่อมประกอบ เจ้าของอ้างหักได้ยากและคุณมีสิทธิโต้แย้ง
กรณีคลุมเครือที่พบบ่อยในห้องเช่าย่านนานาคือเชื้อราในแอร์และตามผนัง เพราะหลายห้องเป็นยูนิตปิดทึบใกล้ซอยอาหรับและตลาดนานาที่อากาศชื้น หากเชื้อราเกิดจากการที่ห้องไม่ได้ออกแบบให้ระบายอากาศหรือแอร์ไม่ได้รับการล้างตามรอบของเจ้าของ ก็โน้มไปทางการเสื่อมสภาพที่หักไม่ได้ ส่วนผ้าม่านเปื้อนคราบบุหรี่จนต้องเปลี่ยนใหม่นั้นใกล้เส้นความเสียหายจริงมากกว่า สุดท้ายเอกสารเป็นตัวชี้ขาด ถ้าคุณมีภาพถ่ายวันย้ายเข้าที่แสดงว่าเชื้อราหรือคราบมีอยู่ก่อนแล้ว ภาระพิสูจน์จะตกกลับไปที่เจ้าของทันที
หลักฐานที่ชนะคดี: สิ่งที่ต้องเก็บตั้งแต่วันย้ายเข้าถึงวันย้ายออก
คดีเงินประกันแพ้ชนะกันที่หลักฐาน ไม่ใช่ที่ใครเสียงดังกว่า และหลักฐานที่ดีต้องเริ่มสะสมตั้งแต่วันแรกที่รับกุญแจ ไม่ใช่วันที่เริ่มทะเลาะกัน สำหรับผู้เช่าในนานาที่มักเจอโครงสร้างเช่าช่วงผ่านเอเจนต์ซอย 3 ถึงซอย 4 คนถือเงินประกันกับคนที่มาตรวจห้องวันย้ายออกอาจเป็นคนละคน ทำให้ภาพถ่ายวันย้ายเข้าแบบมีวันที่กำกับกลายเป็นหลักฐานที่ทรงพลังที่สุด เพราะมันตรึงสภาพห้องไว้ก่อนที่ใครจะอ้างความเสียหายภายหลังได้
- ถ่ายภาพและวิดีโอทุกห้องในวันย้ายเข้า โดยเปิดวันที่กำกับ เก็บให้เห็นทั้งตำหนิเดิม คราบ เชื้อรา และรอยขีดข่วนที่มีอยู่ก่อน
- จดหรือถ่ายเลขมิเตอร์น้ำและไฟทั้งวันย้ายเข้าและวันย้ายออก เพื่อตรวจว่าค่าน้ำค่าไฟเก็บตามจริง
- เก็บสัญญาเช่าฉบับที่เซ็นแล้วและรายการทรัพย์สิน/เฟอร์นิเจอร์ (inventory) ถ้ามี
- บันทึกแชต LINE และข้อความทั้งหมดกับเจ้าของหรือเอเจนต์ โดยเฉพาะข้อตกลงเรื่องเงินประกัน
- เก็บใบเสร็จหรือสลิปโอนเงินประกันและค่าเช่าทุกครั้ง เพื่อพิสูจน์ยอดที่จ่ายไปจริง
- ถ่ายภาพสภาพห้องวันย้ายออกในมุมเดียวกับวันย้ายเข้า เพื่อเทียบให้เห็นว่าไม่มีความเสียหายเพิ่ม
ยกระดับการเรียกคืน: จากนิติบุคคลถึงศาลคดีผู้บริโภคเขตวัฒนา
เมื่อทวงปากเปล่าแล้วเงียบ ให้ไล่ระดับการเรียกคืนอย่างเป็นขั้นตอน อย่ากระโดดไปฟ้องเลยเพราะแต่ละขั้นเพิ่มน้ำหนักและมักจบได้ก่อนถึงศาล จุดที่ผู้เช่าต่างชาติในนานาพลาดบ่อยคือบินออกก่อนเงินคืนถึงมือ ทางแก้คือเริ่มทำหนังสือทวงถามและเปิดเรื่องร้องเรียน 'ก่อน' ออกจากประเทศ มอบอำนาจให้คนที่ไว้ใจในไทยดำเนินการต่อ และคงบัญชีธนาคารไทยไว้รับเงินคืน
อันดับที่ 1: หนังสือทวงถามอย่างเป็นทางการ
ด่านแรก ทำก่อนออกจากประเทศ
ส่งหนังสือทวงถาม (demand letter) ถึงเจ้าของหรือเอเจนต์ที่ถือเงินประกัน ระบุยอดเงิน วันสิ้นสุดสัญญา และกำหนดเวลาคืน แนบภาพวันย้ายเข้า–ออกและสลิปโอน ส่งแบบมีหลักฐานการรับ เช่น ไปรษณีย์ตอบรับหรือแชตที่อ่านแล้ว เพื่อใช้เป็นจุดตั้งต้นของอายุความและการฟ้องภายหลัง
- ต้นทุน
- ค่าส่งไปรษณีย์ตอบรับ หลักสิบบาท (ควรเช็กอัตราปัจจุบัน)
- จังหวะที่ควรทำ
- ก่อนย้ายออก/ก่อนบินออกจากไทย
อันดับที่ 2: แจ้งนิติบุคคลอาคาร
เมื่อเป็นการเช่าช่วงในคอนโดนานา
กรณีห้องอยู่ในคอนโดที่มีนิติบุคคล ให้แจ้งนิติเพื่อยืนยันว่าใครคือเจ้าของยูนิตตัวจริงและถือกี่ห้อง ข้อมูลนี้ช่วยตัดสินว่าผู้ให้เช่าเข้าเกณฑ์ 3 หน่วยขึ้นไปหรือไม่ และเป็นตัวกลางกดดันเอเจนต์ซอย 3–4 ที่เช่าช่วงต่ออีกทอด
- ใช้ได้เมื่อ
- ห้องอยู่ในอาคารชุดที่มีนิติบุคคล
- ประโยชน์
- ยืนยันตัวผู้ให้เช่าและจำนวนยูนิต
อันดับที่ 3: ร้องเรียน สคบ. เพื่อไกล่เกลี่ย
สายด่วน 1166 / แอป OCPB Connect
หากยังไม่คืน ให้ร้องเรียน สคบ. ผ่านสายด่วน 1166 หรือแอป OCPB Connect เพื่อขอไกล่เกลี่ย เจ้าหน้าที่จะเรียกทั้งสองฝ่ายมาเจรจา ซึ่งหลายกรณีจบตรงนี้เพราะผู้ให้เช่าที่เข้าข่ายควบคุมสัญญาเสี่ยงโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท
- ช่องทาง
- สายด่วน 1166 หรือแอป OCPB Connect
- ค่าใช้จ่าย
- ไม่มีค่าใช้จ่าย
อันดับที่ 4: ฟ้องศาลคดีผู้บริโภค
ด่านสุดท้าย เขตวัฒนา
หากไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ การเรียกเงินประกันคืนเข้าข่ายคดีผู้บริโภค ยื่นฟ้องได้โดยได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงตามมาตรา 18 และตามมาตรา 20 จะฟ้องด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือก็ได้ โดยเจ้าพนักงานคดีบันทึกให้ สิทธิเรียกร้องมีอายุความ 10 ปีและเรียกดอกเบี้ยได้ ควรปรึกษาทนายเรื่องเขตอำนาจศาลที่ครอบคลุมพื้นที่เขตวัฒนาที่นานาตั้งอยู่
- ค่าฤชาธรรมเนียม
- ได้รับยกเว้นตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค 2551
- อายุความ
- 10 ปี เรียกดอกเบี้ยได้
| ขั้น | ทำอะไร | หลักฐานหลัก |
|---|---|---|
| 1 | หนังสือทวงถาม | สัญญา สลิปโอน ภาพย้ายเข้า–ออก |
| 2 | แจ้งนิติบุคคล | ข้อมูลเจ้าของยูนิต/จำนวนห้อง |
| 3 | ร้องเรียน สคบ. 1166 | สำเนาหนังสือทวงถาม+แชต |
| 4 | ฟ้องคดีผู้บริโภค | แฟ้มหลักฐานทั้งหมด |
คำถามที่พบบ่อย
เจ้าของห้องไม่คืนเงินประกันโทรไปแจ้งที่ไหน
แจ้งได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 หรือผ่านแอป OCPB Connect เพื่อขอไกล่เกลี่ย ก่อนหน้านั้นควรส่งหนังสือทวงถามอย่างเป็นทางการไปยังเจ้าของหรือเอเจนต์ที่ถือเงินประกันก่อน เพื่อให้มีหลักฐานว่าได้ทวงถามแล้ว
เงินประกันห้องเช่าต้องคืนภายในกี่วัน
หากเจ้าของเข้าข่ายกฎหมายควบคุมสัญญา (ปล่อยเช่าตั้งแต่ 3 หน่วยขึ้นไปตามฉบับ พ.ศ. 2568) ต้องคืนภายใน 7 วันหลังสัญญาสิ้นสุดและตรวจไม่พบความเสียหาย แต่ถ้าเจ้าของปล่อยเช่าน้อยกว่านั้นจะไม่มีกำหนดตายตัว ใช้หลัก 'เวลาอันสมควร' ตามประมวลกฎหมายแพ่งฯ แทน
สีผนังซีดหรือรอยขีดข่วนเล็กน้อย เจ้าของหักเงินประกันได้ไหม
หักไม่ได้ เพราะถือเป็นการเสื่อมสภาพตามการใช้งานปกติ กฎหมายอนุญาตให้หักเฉพาะความเสียหายจริงที่มีหลักฐาน เช่น ใบเสร็จค่าซ่อมหรือการประเมินราคาที่สมเหตุสมผลเท่านั้น
ถ้าเจ้าของไม่ยอมคืนเงินประกันต้องฟ้องศาลอย่างไร
คดีเรียกเงินประกันคืนเข้าข่ายคดีผู้บริโภคตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 ผู้เช่าฟ้องด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือก็ได้โดยเจ้าพนักงานคดีจะบันทึกให้ และได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมด สิทธิเรียกร้องมีอายุความ 10 ปี แนะนำปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายก่อนดำเนินการเพื่อความรอบคอบ
ผู้เช่าต่างชาติจะออกนอกประเทศแล้วแต่ยังไม่ได้เงินประกันคืนควรทำอย่างไร
ควรเริ่มส่งหนังสือทวงถามและเปิดเรื่องร้องเรียนกับ สคบ. ก่อนเดินทางออกนอกประเทศ พร้อมมอบอำนาจให้บุคคลที่ไว้ใจในไทยติดตามเรื่องต่อ และคงบัญชีธนาคารไทยไว้เพื่อรับเงินโอนคืน
บทสรุป
หากเจ้าของห้องไม่คืนเงินประกัน สิ่งแรกที่ควรทำคือตรวจสอบว่าเจ้าของเข้าเกณฑ์กฎหมายควบคุมสัญญาเช่าหรือไม่ แล้วรวบรวมหลักฐานวันย้ายเข้า-ย้ายออกให้ครบก่อนเริ่มทวงถามเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้เช่าในย่านนานาที่เช่าผ่านเอเจนต์ควรระบุให้ชัดตั้งแต่ต้นว่าใครเป็นผู้ถือเงินประกันตัวจริง เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนตอนย้ายออก และหากทวงถามด้วยตัวเองแล้วไม่เป็นผล การร้องเรียนสายด่วน สคบ. 1166 มักได้ผลเร็วกว่าการฟ้องศาลโดยตรง แต่ในกรณีที่ซับซ้อนหรือมีมูลค่าสูง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อประเมินสิทธิ์อย่างถูกต้อง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ข้อมูลร้าน ราคา เวลาเปิด และข้อเท็จจริงในบทความนี้อ้างอิงจากแหล่งด้านล่าง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดอีกครั้งก่อนเดินทางหรือทำธุรกรรม
- 1.คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี(เว็บไซต์) ↗
- 2.Legardy — ค่ามัดจำ/เงินประกันค่าเช่า คืนเมื่อไร(เว็บไซต์) ↗
- 3.สถาบันนิติธรรมาลัย — พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค มาตรา 17-21(เว็บไซต์) ↗
- 4.Horganice — กฎหมายควบคุมสัญญาเช่าฉบับปี 2568(เว็บไซต์) ↗
- 5.ข่าวจริงประเทศไทย — ศุภมาสสั่งขยายผลปราบสัญญาเช่าเอาเปรียบ เงินประกันต้องคืนใน 7 วัน(เว็บไซต์) ↗
บทความที่เกี่ยวข้อง
เช่าคอนโดย่านนานา: สัญญา เงินมัดจำ และสิทธิผู้เช่าที่ต้องรู้ก่อนเซ็น
รวมกลไกจริงของการเช่าคอนโดย่านนานา ตั้งแต่สัญญา เงินมัดจำ ไปจนถึงสิทธิผู้เช่าที่ควรรู้ก่อนเซ็น
ตรวจรับห้องคอนโด นานา ในตึกเก่า: 15 จุดที่คนมักพลาดก่อนเซ็นสัญญา
ห้องเช่าย่านนานาส่วนใหญ่คือตึกเก่าอายุ 20-35 ปี เช็กลิสต์ตรวจรับห้องที่จูนมาสำหรับปัญหาเฉพาะของตึกกลุ่มนี้ ก่อนเซ็นสัญญา
ชาวต่างชาติเช่าคอนโด นานา: เอกสาร มัดจำ และ TM30 ที่ต้องรู้
เอกสาร มัดจำ และ TM30 สำหรับชาวต่างชาติที่เช่าคอนโดในนานา ทำงานจริงต่างกันแค่ไหนระหว่างตึกซอย 4 กับซอย 11
ทางออก BTS นานา ทั้ง 4 ทาง ออกไหนถึงซอยและคอนโดเร็วสุด
ทางออก BTS นานาทั้ง 4 ทางไปคนละซอย ไม่มีสกายวอล์กเชื่อม เลือกผิดเสียเวลาเดินย้อนสะพานลอยหลายนาที



