ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Nanaliving
ความรู้อสังหาฯแจ้งซ่อมห้องเช่านานาห้องเช่านานาความรับผิดชอบเจ้าของห้องเช่า

แจ้งซ่อมห้องเช่านานา: แอร์เสีย น้ำรั่ว แจ้งใคร รอกี่วัน หักค่าเช่าได้ไหม

โดย ทีมงาน Nanalivingอ่าน 12 นาที
ช่างกำลังตรวจสอบเครื่องปรับอากาศเก่าในคอนโดตึกเก่าย่านนานา สะท้อนปัญหาแจ้งซ่อมห้องเช่านานา
คู่มือฉบับเต็มบทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของเช่าคอนโดย่านนานา: สัญญา เงินมัดจำ และสิทธิผู้เช่าที่ต้องรู้ก่อนเซ็น

แจ้งซ่อมห้องเช่านานาเป็นเรื่องที่ผู้เช่าคอนโดตึกเก่าในย่านนี้ต้องเจอไม่ช้าก็เร็ว โดยเฉพาะแถวสุขุมวิท ซอย 3 และซอย 11 ที่ตึกส่วนใหญ่สร้างมาหลายสิบปีแล้ว ปัญหาซ้ำๆ อย่างแอร์เก่าน้ำหยด ท่อรั่วในผนัง หรือเครื่องทำน้ำอุ่นเสีย มักตามมาด้วยคำถามว่าใครต้องจ่าย แจ้งใคร และรอได้นานแค่ไหนก่อนจะซ่อมเองได้ บทความนี้แยกให้ชัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าของชิ้นไหนเป็นหน้าที่เจ้าของห้อง ชิ้นไหนเป็นของนิติบุคคล พร้อมขั้นตอนแจ้งซ่อมที่ใช้ได้จริงและกับดักที่คนเช่ามักพลาดเวลาคิดจะหักค่าเช่าเอง

อินโฟกราฟิกสรุปข้อมูล แจ้งซ่อมห้องเช่านานา: แอร์เสีย น้ำรั่ว แจ้งใคร รอกี่วัน หักค่าเช่าได้ไหม
อินโฟกราฟิก · ข้อมูลจาก Google Maps · อาจเปลี่ยนแปลงได้
สารบัญ

ของชิ้นนี้ใครดูแล: เจ้าของห้อง นิติบุคคล หรือตัวคุณเอง

คอนโดตึกเก่าย่านนานาหลายตึก — โดยเฉพาะแถวสุขุมวิท ซอย 3 กับซอย 11 ที่สร้างมานานหลายสิบปี — ปัญหาที่เจอซ้ำๆ คือ แอร์เก่าน้ำหยด ท่อรั่วในผนัง และเครื่องทำน้ำอุ่นเสีย เวลาของพวกนี้พังขึ้นมา คำถามแรกไม่ใช่ 'ซ่อมยังไง' แต่เป็น 'ใครจ่าย' และกฎหมายแบ่งความรับผิดชอบไว้ค่อนข้างชัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 550 ผู้ให้เช่าหรือเจ้าของห้องต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องที่เกิดขึ้นระหว่างเวลาเช่า และต้องจัดการซ่อมทุกอย่างที่จำเป็น เว้นแต่การซ่อมเล็กน้อยที่กฎหมายหรือจารีตประเพณีให้ผู้เช่าทำเอง พูดง่ายๆ ว่าของเดิมในห้องที่เสื่อมตามสภาพเป็นเรื่องของเจ้าของ

ของที่เสียใครรับผิดชอบฐานกฎหมาย
แอร์เก่าน้ำหยด เครื่องทำน้ำอุ่นเสียตามอายุเจ้าของห้องม.550 (ของเดิมเสื่อมตามสภาพ)
ท่อรั่วในผนังห้อง อุปกรณ์ติดตั้งเดิมชำรุดเจ้าของห้องม.550
ท่อเมนส่วนกลาง แรงดันน้ำทั้งตึก ระบบทางเดินนิติบุคคลอาคารชุดดูแลพื้นที่ส่วนกลาง
งานดูแลเล็กน้อยประจำวัน เปลี่ยนหลอดไฟ ทำความสะอาดผู้เช่าม.553
ของที่ผู้เช่าหรือแขกทำเสียหายเองผู้เช่าม.562
แบ่งความรับผิดชอบของชำรุดในคอนโดเก่าย่านนานา

เส้นแบ่งที่มักเถียงกันคือ 'เสื่อมตามการใช้งาน' กับ 'ผู้เช่าทำพัง' มาตรา 562 วางหลักไว้ว่าผู้เช่าต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากความผิดของตัวเองหรือของคนที่อยู่ด้วย แต่ ไม่ต้องรับผิดในความเสื่อมสภาพที่เกิดจากการใช้ทรัพย์โดยชอบ เช่น คอมเพรสเซอร์แอร์อายุสิบปีหมดสภาพ ถือเป็นการเสื่อมปกติ — เจ้าของจ่าย แต่ถ้ารีโมทแอร์หายเพราะทำตกน้ำ หรือผนังห้องน้ำแตกเพราะเจาะเอง อันนั้นผู้เช่ารับไป วิธีกันปัญหาที่ดีที่สุดคือถ่ายรูปสภาพห้องวันเข้าอยู่ไว้ให้ครบ จะได้พิสูจน์ได้ว่าอะไรเก่ามาก่อน อะไรเพิ่งเสียตอนเราอยู่

แจ้งซ่อมให้ถูกคน ถูกทาง: ขั้นตอนที่ทำให้ได้ช่างจริง

  1. แยกก่อนว่าปัญหาอยู่ในห้องหรือส่วนกลาง — แอร์ในห้อง ท่อในผนังห้อง เป็นเรื่องเจ้าของ แต่ถ้าน้ำไม่ไหลทั้งชั้นหรือแรงดันน้ำตกทั้งตึก ให้ลงไปแจ้งที่เคาน์เตอร์นิติบุคคลชั้นล่างก่อน
  2. แจ้งให้ถูกคนเป็นลายลักษณ์อักษร มาตรา 551 กำหนดให้ผู้เช่าต้อง 'บอกกล่าว' ให้ผู้ให้เช่าจัดการแก้ไขก่อน การบอกกล่าวที่เป็นข้อความจึงสำคัญกว่าโทรศัพท์
  3. ถ่ายรูปหรือวิดีโอความเสียหายพร้อมระบุวันที่ให้ชัด เช่น รอยน้ำหยดจากแอร์ คราบน้ำที่ผนังจากท่อรั่ว เก็บเป็นหลักฐานว่าแจ้งตั้งแต่เมื่อไหร่
  4. เก็บสำเนาข้อความที่ส่งไว้ทุกครั้ง อย่าลบแชท เพราะเป็นหลักฐานว่าเจ้าของได้รับแจ้งและมีเวลาแก้ไขแล้ว
  5. ถ้าเงียบ ให้ติดตามซ้ำเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้ง ระบุว่าแจ้งไปแล้วเมื่อวันไหน และขอให้ดำเนินการภายในเวลาอันสมควร

ทำไมต้องเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่แค่โทรหรือส่งวอยซ์ใน LINE เพราะเมื่อถึงจุดที่ต้องใช้สิทธิ — จะเรียกเงินค่าซ่อมคืน หรือบอกเลิกสัญญา — ภาระพิสูจน์อยู่ที่ว่า คุณบอกกล่าวไปแล้วและเจ้าของมีโอกาสแก้ไขแต่ไม่ทำ ข้อความที่มีวันที่ชัดเจนพิสูจน์เรื่องนี้ได้ วอยซ์เมสเสจหรือสายโทรศัพท์ที่ไม่ได้บันทึกพิสูจน์ยากกว่ามาก ถ้าห้องอยู่ตึกเก่าแถวซอยนานาที่เจ้าของไม่ได้อยู่เอง การมีร่องรอยเป็นตัวหนังสือยิ่งจำเป็น

รอได้แค่ไหน แล้วถ้าเจ้าของเงียบต้องทำยังไง

กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนวันตายตัวว่า 'เวลาอันสมควร' คือกี่วัน มันขึ้นกับความร้ายแรงของปัญหา ท่อแตกน้ำท่วมห้องถือว่าเร่งด่วน ต้องแก้เป็นวันหรือสองวัน ส่วนแอร์เย็นไม่ค่อยฉ่ำแต่ยังใช้ได้ รอได้นานกว่านั้น (โดยทั่วไปคนมักให้เวลาราวหนึ่งถึงสองสัปดาห์ แต่นี่เป็นแนวปฏิบัติ ไม่ใช่ตัวเลขตามกฎหมาย ควรดูตามสภาพจริง) มาตรา 551 วางหลักว่า ถ้าความชำรุดยังไม่ถึงกับใช้ห้องไม่ได้และแก้ไขได้ ผู้เช่าต้องบอกกล่าวให้เจ้าของแก้ก่อน ถ้าเจ้าของไม่ทำให้คืนดีภายในเวลาอันสมควรและความชำรุดนั้นร้ายแรงพอ ผู้เช่าจึงจะบอกเลิกสัญญาได้ ส่วนฐานของการ 'ซ่อมเองแล้วเรียกคืน' อยู่ที่มาตรา 547 คือถ้าผู้เช่าเสียค่าใช้จ่ายไปโดยจำเป็นและสมควรเพื่อรักษาทรัพย์ที่เช่า มีสิทธิเรียกให้เจ้าของชดใช้คืนได้

ข้อดี

  • ซ่อมเองแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันที ไม่ต้องทนอยู่กับแอร์เสียหรือน้ำรั่ว
  • มีฐานตามมาตรา 547 เรียกค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสมควรคืนได้
  • ถ้าเก็บใบเสร็จและหลักฐานการแจ้งครบ โอกาสได้เงินคืนสูงขึ้น

ข้อควรพิจารณา

  • การหักจากค่าเช่าเองฝ่ายเดียวโดยไม่ได้ตกลงไว้ก่อนมีความเสี่ยง อาจถูกมองว่าผิดสัญญา
  • ถ้าซ่อมโดยไม่บอกกล่าวก่อนตามมาตรา 551 อาจเสียสิทธิเรียกคืน
  • ประเมินเองว่าอะไร 'จำเป็นและสมควร' อาจไม่ตรงกับที่เจ้าของหรือศาลมอง
  • การบอกเลิกสัญญาต้องให้ความชำรุดร้ายแรงถึงขั้นใช้ห้องไม่ได้จริง ไม่ใช่ทุกกรณี

ทางที่ปลอดภัยกว่าคือ แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร ให้เวลาสมควร แล้วค่อยตกลงเรื่องค่าซ่อมกับเจ้าของก่อนลงมือ ถ้าเจ้าของยอมให้ซ่อมแล้วหักค่าเช่า ควรมีข้อความยืนยันไว้ การหักเองเงียบๆ โดยไม่คุยก่อนคือจุดที่คนเช่าตึกเก่าแถวนานามักพลาดแล้วกลายเป็นเรื่อง เพราะสุดท้ายเจ้าของอ้างว่าไม่เคยตกลง สิ่งที่คุ้มครองคุณจริงๆ ไม่ใช่ความเร็ว แต่คือหลักฐานการแจ้งและใบเสร็จที่ครบถ้วน

หักค่าเช่าเองระวังพลาด: กับดักที่คนเช่าตึกเก่านานามักเจอ

  • ตกลงกันด้วยปากเปล่าไม่มีหลักฐาน — พอถึงเวลาเรียกเงินคืน เจ้าของปฏิเสธว่าไม่เคยรับปาก ก็จบ
  • จ่ายค่าซ่อมงานส่วนกลางที่จริงๆ เป็นหน้าที่นิติบุคคล เช่น ท่อเมนหรือแรงดันน้ำทั้งตึก แล้วไปเรียกจากเจ้าของห้องซึ่งไม่ใช่คนรับผิดชอบ
  • ซ่อมเกินความจำเป็น เปลี่ยนแอร์ใหม่ทั้งเครื่องทั้งที่แค่ล้างก็พอ มาตรา 547 คืนให้เฉพาะค่าใช้จ่ายที่ 'จำเป็นและสมควร' เท่านั้น
  • ไม่ถ่ายรูปสภาพห้องวันเข้าอยู่ พอเกิดข้อพิพาทเรื่องเสื่อมสภาพกับทำพัง (ม.562) พิสูจน์ไม่ได้ว่าของเก่ามาก่อน
  • ทิ้งเรื่องไว้นานโดยไม่ติดตามเป็นตัวหนังสือ ทำให้เส้นเวลา 'เวลาอันสมควร' นับยาก

เมื่อไหร่ควรหยุดจัดการเองแล้วหาผู้ช่วย — ถ้าปัญหาเป็นงานโครงสร้างหรือระบบส่วนกลาง เช่น รอยร้าวผนังรับน้ำหนัก หรือท่อเมนของทั้งตึก ให้เข้าไปที่สำนักงานนิติบุคคลอาคารก่อน อย่าซ่อมเอง และถ้าเจ้าของเงียบจนต้องคิดเรื่องบอกเลิกสัญญาหรือฟ้องเรียกเงิน ควรปรึกษาทนายก่อนลงมือ เพราะรายละเอียดแต่ละกรณีต่างกัน ที่สำคัญที่สุดคือ อ่านสัญญาเช่าของคุณให้ละเอียด เพราะสัญญาสามารถโยกหน้าที่บางอย่างระหว่างเจ้าของกับผู้เช่าได้ สิ่งที่เขียนในบทความนี้เป็นภาพรวมของกฎหมาย ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะกรณี ควรยืนยันข้อกฎหมายปัจจุบันกับผู้เชี่ยวชาญอีกครั้งก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย

แอร์ในห้องเช่าเสีย ใครต้องเป็นคนจ่ายค่าซ่อม เจ้าของห้องหรือผู้เช่า

ตามมาตรา 550 เจ้าของห้องต้องรับผิดชอบความชำรุดที่เกิดขึ้นระหว่างเวลาเช่า ยกเว้นการซ่อมเล็กน้อยตามจารีตที่ผู้เช่าทำเอง ดังนั้นแอร์เก่าที่เสื่อมตามอายุการใช้งานเป็นหน้าที่เจ้าของห้อง ไม่ใช่ผู้เช่า

แจ้งซ่อมห้องเช่านานาแล้วเจ้าของเงียบ ต้องรอกี่วันถึงจะซ่อมเองได้

กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนวันตายตัว ขึ้นกับความร้ายแรงของปัญหา เช่นท่อแตกน้ำท่วมต้องแก้เร็วภายในวันสองวัน ส่วนปัญหาที่ไม่เร่งด่วนมักให้เวลาราวหนึ่งถึงสองสัปดาห์ตามแนวปฏิบัติทั่วไป แต่ต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเสมอตามมาตรา 551

หักค่าเช่าเองได้ไหมถ้าเจ้าของไม่ยอมซ่อม

ทำได้ในหลักการตามมาตรา 547 หากเสียค่าใช้จ่ายซ่อมที่จำเป็นและสมควรไปก่อน แต่ต้องแจ้งเจ้าของเป็นลายลักษณ์อักษรและให้โอกาสแก้ไขก่อนเสมอ มิฉะนั้นอาจเสียสิทธิเรียกเงินคืนและกลายเป็นฝ่ายผิดสัญญาเอง

น้ำไม่ไหลทั้งชั้นในคอนโดเก่าย่านนานาต้องแจ้งใคร

ถ้าปัญหาเป็นเรื่องส่วนกลาง เช่น ท่อเมนหรือแรงดันน้ำทั้งตึก ต้องแจ้งนิติบุคคลอาคารที่เคาน์เตอร์ชั้นล่าง ไม่ใช่เจ้าของห้อง เพราะเป็นความรับผิดชอบคนละส่วนกัน

ต้องเก็บหลักฐานอะไรบ้างก่อนแจ้งซ่อมห้องเช่า

ควรถ่ายรูปหรือวิดีโอความเสียหายพร้อมระบุวันที่ชัดเจน และเก็บสำเนาข้อความแจ้งซ่อมทุกครั้งไว้เป็นหลักฐาน เพราะจะใช้พิสูจน์ว่าแจ้งตั้งแต่เมื่อไหร่และเจ้าของมีเวลาแก้ไขแล้วหรือไม่

บทสรุป

ถ้าห้องเช่าในย่านนานาของคุณกำลังมีปัญหาแอร์เสียหรือน้ำรั่ว สิ่งที่คุ้มค่าที่สุดคือใช้เวลา 10 นาทีแจ้งซ่อมเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมรูปถ่ายวันที่ชัดเจน แทนที่จะโทรคุยแล้วปล่อยผ่าน เพราะหลักฐานชุดนี้คือสิ่งเดียวที่ปกป้องสิทธิคุณตามมาตรา 551 และ 547 หากเรื่องบานปลายถึงขั้นต้องเรียกเงินคืนหรือเลิกสัญญา ก่อนควักเงินซ่อมเองหรือหักค่าเช่า ให้เจ้าของมีโอกาสแก้ไขตามลำดับขั้นตอนก่อนเสมอ และหากข้อพิพาทมีมูลค่าสูงหรือซับซ้อน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเช่าเพื่อความชัดเจน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลร้าน ราคา เวลาเปิด และข้อเท็จจริงในบทความนี้อ้างอิงจากแหล่งด้านล่าง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดอีกครั้งก่อนเดินทางหรือทำธุรกรรม

  1. 1.มาตรา 550 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | Legardy(เว็บไซต์) ↗
  2. 2.มาตรา 553 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | Legardy(เว็บไซต์) ↗
  3. 3.มาตรา 562 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | Legardy(เว็บไซต์) ↗
  4. 4.มาตรา 551 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | Legardy(เว็บไซต์) ↗
  5. 5.มาตรา 547 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | Legardy(เว็บไซต์) ↗

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความรู้อสังหาฯคู่มือฉบับเต็ม

เช่าคอนโดย่านนานา: สัญญา เงินมัดจำ และสิทธิผู้เช่าที่ต้องรู้ก่อนเซ็น

รวมกลไกจริงของการเช่าคอนโดย่านนานา ตั้งแต่สัญญา เงินมัดจำ ไปจนถึงสิทธิผู้เช่าที่ควรรู้ก่อนเซ็น

อ่าน 28 นาที
ความรู้อสังหาฯ

เช็กลิสต์เฟอร์นิเจอร์ห้องเช่า: ตรวจรับก่อนย้ายเข้าตึกเก่าซอยนานา

เฟอร์นิเจอร์เก่าในตึกซอยนานาไม่ใช่ปัญหา แต่การไม่มีหลักฐานตอนย้ายเข้าต่างหากที่ทำให้เสียเงินประกันตอนย้ายออก

อ่าน 12 นาที
ความรู้อสังหาฯ

เช่าช่วงคอนโดนานา รายวัน–ระยะสั้น ผิดกฎหมายไหม? กติกาที่ต้องรู้ก่อนโดนปรับ

เช่าช่วงคอนโดนานารายวันไม่ได้ผิดแค่กฎหมายรัฐ แต่ชนข้อบังคับนิติฯ และสัญญาเช่าไปพร้อมกัน สรุปกฎ 30 วันที่ต้องรู้ก่อนโดนปรับ

อ่าน 12 นาที
ความรู้อสังหาฯ

ต่อสัญญาเช่าขึ้นค่าเช่าคอนโดย่านนานา: ต่อรองยังไง ขึ้นได้กี่ %

คอนโดใกล้ BTS นานาโดนขอขึ้นค่าเช่าหนักกว่าที่อื่นเพราะดีมานด์ไม่มีวันว่าง สคริปต์ต่อรองด้วยหลักฐานจริงช่วยกดตัวเลขได้

อ่าน 12 นาที