ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Nanaliving
ความรู้อสังหาฯต่อสัญญาเช่าคอนโดค่าเช่าคอนโดนานาต่อรองค่าเช่า

ต่อสัญญาเช่าขึ้นค่าเช่าคอนโดย่านนานา: ต่อรองยังไง ขึ้นได้กี่ %

โดย ทีมงาน Nanalivingอัปเดต 4 กันยายน 2569อ่าน 12 นาที
บรรยากาศคอนโดย่านนานาช่วงต่อสัญญาเช่าขึ้นค่าเช่า สะท้อนทำเลใกล้ BTS นานาที่ดีมานด์เช่าสูงตลอดปี
คู่มือฉบับเต็มบทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของเช่าคอนโดย่านนานา: สัญญา เงินมัดจำ และสิทธิผู้เช่าที่ต้องรู้ก่อนเซ็น

ต่อสัญญาเช่าขึ้นค่าเช่าเป็นเรื่องที่ผู้เช่าคอนโดย่านนานาเจอบ่อยกว่าย่านอื่นในกรุงเทพฯ เพราะความต้องการเช่ารอบ BTS นานา แทบไม่มีช่วงซบเลย ทั้งจากผู้เช่าต่างชาติที่หมุนเวียนเข้ามาตลอดปีและกลุ่มที่มาพักใกล้โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ บทความความนี้อธิบายว่าทำไมเจ้าของห้องย่านนี้ถึงกล้าขอขึ้นค่าเช่ามากกว่าที่คาด พร้อมให้กรอบตัวเลขที่พอรับได้และสคริปต์ต่อรองที่ใช้หลักฐานราคาห้องว่างจริงในตึกเดียวกัน ไม่ใช่การเดาหรือขอลดแบบไม่มีเหตุผลรองรับ

อินโฟกราฟิก · สรุป

สรุปสาระสำคัญ

ประเด็นสำคัญจากบทความนี้

แอดมินนานา มาสคอตผู้นำเสนอข้อมูล
  1. คอนโดใกล้ BTS นานาและบำรุงราษฎร์โดนขอขึ้นค่าเช่าหนักกว่าย่านอื่น เพราะดีมานด์เช่าแทบไม่มีฤดูซบ และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์รอบซอย 3-4-11 ทำหน้าที่เหมือนพื้นราคาที่ดันค่าเช่าระยะยาวไม่ให้ตกลงมาก
  2. ไม่มีเปอร์เซ็นต์ตายตัวที่ใช้ได้จริงกับทุกกรณี ต้องดูสภาพห้อง ทำเลในตึก และภาวะตลาดช่วงนั้นประกอบกัน ณ ช่วงเวลาที่ต่อรอง ไม่ใช่ตัวเลขที่เจ้าของยกมาลอย ๆ
  3. เปิดเจรจาก่อนสัญญาหมด 30-60 วัน และรวบรวมแคปประกาศห้องว่างแบบเดียวกันในตึกเดียวกันไว้เป็นหลักฐานก่อนเริ่มคุย
  4. ยื่นข้อแลกเปลี่ยน เช่น ล็อกค่าเช่า 2 ปี เพื่อแลกกับเปอร์เซ็นต์ขึ้นที่ต่ำลง มักได้ผลเพราะเจ้าของมองความมั่นคงของผู้เช่าที่จ่ายตรงเวลามีค่ามากกว่าส่วนต่างไม่กี่เปอร์เซ็นต์
  5. อย่าปล่อยสัญญาหมดแล้วอยู่แบบเดือนต่อเดือนโดยไม่มีเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะจะเสียทั้งอำนาจต่อรองและความคุ้มครองเงินประกันไปพร้อมกัน
สารบัญ

ทำไมคอนโดย่านนานาถึงโดนขอขึ้นค่าเช่าหนักกว่าที่อื่น

ทำเลรอบ BTS นานา มีแรงกดดันด้านค่าเช่าที่ต่างจากย่านอื่นในกรุงเทพฯ ตรงที่ความต้องการเช่าแทบไม่เคยหายไปตามฤดูกาล ห้องที่เดินถึงทางออกสถานีได้ใน 3-5 นาที หรืออยู่ใกล้ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มักมีผู้เช่าต่างชาติและกลุ่มที่มาพักเพื่อรักษาตัวหมุนเวียนเข้ามาต่อเนื่อง เจ้าของห้องรู้ดีว่าถ้าคุณย้ายออก เขาหาคนใหม่ได้ค่อนข้างเร็ว นั่นคือเหตุผลตรงไปตรงมาว่าทำไมคำขอขึ้นค่าเช่าย่านนี้ถึงมาแรงกว่าที่คาด

อีกปัจจัยคือคู่แข่งแบบเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์และห้องพักรายวัน-รายเดือนรอบ สุขุมวิท ซอย 3, ซอย 4 และ ซอย 11 ที่ตั้งราคาต่อคืนไว้สูง เมื่อคิดกลับมาเป็นค่าเช่ารายเดือนแล้วมันทำหน้าที่เหมือน 'พื้นราคา' คอยดันค่าเช่าห้องเช่าระยะยาวไม่ให้ตกลงมากนัก เจ้าของจึงมองว่ายังมีช่องให้ขอเพิ่มได้ ประกอบกับความจริงทางกฎหมายที่หลายคนไม่รู้ คือสัญญาเช่าที่อยู่อาศัยในไทย ไม่มีเพดานกำหนดเปอร์เซ็นต์การขึ้นค่าเช่าตามกฎหมาย การขึ้นเท่าไรจึงขึ้นกับข้อตกลงในสัญญาและการต่อรองล้วน ๆ ไม่ใช่ตัวเลขที่รัฐกำหนด รายละเอียดข้อกฎหมายควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญอีกครั้งก่อนอ้างอิง

ข้อที่ต้องซื่อสัตย์กับตัวเองคือ 'อำนาจต่อรอง' ไม่ได้เท่ากันทุกห้อง ตึกเก่าอายุมาก อยู่ลึกเข้าไปจากปากซอยจนต้องต่อวินหรือเดินไกลกว่าห้านาที มีคนแย่งเช่าน้อยกว่าห้องรีโนเวตใหม่ที่มองเห็นทางเข้า BTS นานา ได้จากหน้าตึกอย่างชัดเจน ถ้าห้องคุณอยู่กลุ่มแรก เจ้าของก็เสี่ยงปล่อยว่างนานกว่า ซึ่งกลายเป็นไพ่ในมือคุณเวลาต่อรอง แต่ถ้าอยู่กลุ่มหลัง คุณต้องยอมรับว่าเขามีทางเลือกมากกว่า และวางกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความจริงข้อนี้

ขึ้นได้กี่เปอร์เซ็นต์ และตัวเลขไหนที่ควรยอมรับ

ก่อนจะตอบว่า 'ขึ้นเท่านี้ควรยอมไหม' ต้องเลิกมองหาตัวเลขตายตัว เพราะมันไม่มี เกณฑ์ที่ใช้ได้จริงคือดูจากตำแหน่งห้อง สภาพตึก และภาวะตลาดช่วงนั้นประกอบกัน ตารางด้านล่างเป็นกรอบคร่าว ๆ ให้เทียบสถานการณ์ของคุณ ทุกช่วงตัวเลขเป็นค่าประมาณ ณ ช่วงที่เขียนและควรตรวจสอบกับราคาห้องว่างจริงในตึกคุณอีกครั้ง ไม่ใช่ตัวเลขที่รับประกันได้

สถานการณ์ห้องสภาพตึก/ตลาดช่วงที่พอรับได้ (โดยประมาณ)
ไกล BTS นานา เดินเกิน 5-7 นาทีตึกเก่า ตลาดนิ่ง0-5% หรือขอคงเดิม
ไกลสถานี แต่ตึกดูแลดีตลาดปกติ3-7%
เดินถึงสถานี 3-5 นาทีตึกทั่วไป ตลาดปกติ5-10%
ใกล้สถานี/ใกล้บำรุงราษฎร์ตึกรีโนเวต ตลาดตึงตัว8-12% (ลองต่อรองลง)
กรอบประเมินคำขอขึ้นค่าเช่าโดยประมาณ (ควรตรวจสอบซ้ำ)

เกณฑ์เทียบที่ซื่อสัตย์ที่สุดไม่ใช่กฎหมาย แต่คือ ต้นทุนหาผู้เช่าใหม่แทนคุณ ลองหาว่าห้องแบบเดียวกันในตึกเดียวกันตอนนี้ประกาศเช่าที่เท่าไร นั่นคือราคาตลาดจริงของห้องคุณ แล้วหักออกด้วยต้นทุนที่เจ้าของต้องแบกถ้าคุณย้าย ทั้งค่าห้องว่าง 1-2 เดือนระหว่างหาคนใหม่ ค่าคอมมิชชั่นนายหน้าปล่อยเช่า และค่าทำความสะอาด-ทาสีใหม่ ถ้าคำขอขึ้นของเจ้าของสูงกว่าส่วนต่างที่เขาจะได้จริงหลังหักต้นทุนเหล่านี้ แปลว่าคุณมีเหตุผลพอจะต่อรองลง ไม่ใช่เพราะขอความเห็นใจ แต่เพราะมันคุ้มกว่าสำหรับเขาที่จะรักษาผู้เช่าที่จ่ายตรงไว้

สคริปต์ต่อรอง: ใช้หลักฐานอะไร แจ้งตอนไหน

  1. เปิดบทสนทนาก่อนสัญญาหมด 30-60 วัน อย่ารอสัปดาห์สุดท้าย เพราะยิ่งใกล้วันหมดสัญญา อำนาจต่อรองของคุณยิ่งหายไป และเจ้าของรู้ว่าคุณไม่มีเวลาหาที่ใหม่แล้ว
  2. รวบรวมหลักฐาน: แคปประกาศห้องว่างแบบเดียวกันในตึกเดียวกันหรือใน สุขุมวิท ซอย 11 และซอยใกล้เคียง เพื่อยืนยันว่าราคาตลาดจริงอยู่ตรงไหน ไม่ใช่ตัวเลขที่เจ้าของนึกเอา
  3. พูดถึงต้นทุนของเจ้าของออกมาตรง ๆ อย่างสุภาพ ทั้งเดือนที่ห้องว่าง ค่าคอมนายหน้าปล่อยเช่ารอบใหม่ และค่าทาสี-ทำความสะอาด ให้เห็นว่าการขึ้นแบบพอดีคุ้มกว่าการเสียผู้เช่าที่จ่ายตรงเวลา
  4. ยื่นข้อแลกเปลี่ยน: เสนอ ล็อกค่าเช่า 2 ปี ที่เปอร์เซ็นต์การขึ้นต่ำลง หรือจ่ายล่วงหน้าหลายเดือนเพื่อแลกกับการคงราคา ทางเลือกนี้ให้ความมั่นคงกับเจ้าของ ซึ่งบางครั้งมีค่ากับเขามากกว่าตัวเงินไม่กี่เปอร์เซ็นต์
  5. สรุปทุกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรในบันทึกแนบท้ายสัญญา ทั้งค่าเช่าใหม่ ระยะล็อก และเงื่อนไขเงินประกัน ก่อนตกลงด้วยวาจา

"ผมอยู่มาสองปีจ่ายตรงทุกเดือน ไม่เคยมีปัญหาเลยครับ ตอนนี้ห้องแบบเดียวกันในตึกประกาศเช่าใกล้เคียงราคาเดิม ถ้าพี่ขึ้นเยอะขนาดนี้ผมคงต้องดูที่อื่น แต่ถ้าเราตกลงล็อกราคาสองปีที่ขึ้นแค่พอประมาณ ผมยินดีเซ็นเลย พี่ก็ไม่ต้องเสียค่านายหน้าหาคนใหม่กับปล่อยห้องว่างด้วย"

จุดที่คนพลาดบ่อย และเมื่อไรควรยอมย้าย

ข้อดี

  • ค่าเช่าที่อื่นถูกกว่าจริงหลังรวมทุกอย่างแล้ว ไม่ใช่แค่ตัวเลขหน้าสัญญา
  • ทำเลใหม่ตอบโจทย์ชีวิตคุณดีกว่า เช่น ใกล้ที่ทำงานย่านอโศกหรือเพลินจิตมากขึ้น
  • เจ้าของยืนกรานขึ้นเกินราคาตลาดของห้องว่างในตึกเดียวกันอย่างชัดเจน
  • ห้องมีปัญหาค้างที่ไม่ยอมซ่อม ทำให้ไม่คุ้มที่จะอยู่ต่อในราคาที่สูงขึ้น

ข้อควรพิจารณา

  • ต้องวางเงินประกันก้อนใหม่ก่อนได้ก้อนเก่าคืน ทำให้เงินจมสองต่อชั่วคราว
  • ค่าขนย้าย ค่าติดตั้งใหม่ และเวลาที่เสียไป มักกินส่วนต่างค่าเช่าที่ประหยัดได้
  • อาจได้ทำเลที่ไกล BTS นานา และบำรุงราษฎร์มากขึ้น แลกกับค่าเช่าที่ถูกลง
  • ห้องใหม่ยังไม่รู้จักเพื่อนบ้าน เจ้าของ และปัญหาซ่อนเร้นของตึก

การย้ายคุ้มจริงเมื่อส่วนต่างค่าเช่าต่อปีมากกว่าค่าย้ายบวกเงินประกันใหม่อย่างเห็นได้ชัด หรือเมื่อเจ้าของไม่ยอมเจรจาเลยทั้งที่ราคาห้องว่างในตึกฟ้องว่าคำขอสูงเกินจริง ก่อนตัดสินใจ ให้ตรวจซ้ำสามข้อ คือ ค่าเช่าใหม่และระยะล็อกอยู่ในบันทึกแนบท้ายแล้วหรือยัง เงื่อนไขเงินประกันเขียนชัดและใครถือ และตัวเลข 'ที่อื่นถูกกว่า' รวมต้นทุนย้ายครบหรือยัง หากอยากเข้าใจโครงสร้างสัญญาเช่า เงินประกัน และสิทธิผู้เช่าย่านนานาแบบเต็ม แนะนำให้อ่านต่อในคู่มือหลักเรื่องสัญญาเช่าคอนโดของเรา และยืนยันรายละเอียดกฎหมายกับผู้เชี่ยวชาญก่อนเซ็นทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

เจ้าของขอขึ้นค่าเช่าคอนโดนานา 10% ถือว่าปกติไหม

ไม่มีตัวเลขมาตรฐานที่ใช้ได้กับทุกกรณี ต้องดูสภาพตึก ทำเล และราคาห้องว่างจริงในตึกเดียวกันช่วงนั้นประกอบกัน ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือแคปประกาศห้องเช่าแบบเดียวกันในตึกหรือซอยใกล้เคียงมาเทียบก่อนตัดสินใจ ตัวเลขในบทความนี้เป็นกรอบคร่าว ๆ เท่านั้น ควรตรวจสอบกับตลาดจริง ณ ช่วงที่คุณต่อรอง

ควรเริ่มคุยเรื่องต่อสัญญาเช่าตอนไหน

ควรเปิดบทสนทนาก่อนสัญญาหมด 30-60 วัน อย่ารอถึงสัปดาห์สุดท้าย เพราะยิ่งใกล้วันหมดสัญญา อำนาจต่อรองของผู้เช่าจะยิ่งลดลง เจ้าของจะรู้ว่าคุณไม่มีเวลาหาที่ใหม่แล้วจึงไม่ค่อยยอมลดให้

ล็อกค่าเช่า 2 ปี คุ้มกว่าต่อสัญญาทีละปีไหม

ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาดตอนนั้น แต่โดยทั่วไปการเสนอล็อกค่าเช่า 2 ปีแลกกับเปอร์เซ็นต์ขึ้นที่ต่ำลงมักได้ผล เพราะเจ้าของได้ความมั่นคงจากผู้เช่าที่จ่ายตรงเวลาโดยไม่ต้องเสี่ยงห้องว่าง ซึ่งบางครั้งมีค่ามากกว่าส่วนต่างค่าเช่าไม่กี่เปอร์เซ็นต์

ถ้าไม่ยอมรับค่าเช่าที่ขึ้น เจ้าของไล่ออกได้เลยไหม

สิทธิและกำหนดเวลาบอกกล่าวเป็นเรื่องที่ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านสัญญาเช่าโดยตรง เพราะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในสัญญาเดิมและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่ควรเลี่ยงที่สุดคือปล่อยให้สัญญาหมดแล้วอยู่ต่อแบบไม่มีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะจะทำให้สถานะของคุณอ่อนแอลงทันที

หาหลักฐานเปรียบเทียบราคาห้องเช่าในตึกเดียวกันได้จากไหน

ดูจากประกาศห้องว่างที่ยังเปิดเช่าอยู่จริงในตึกเดียวกันหรือย่านใกล้เคียงอย่างสุขุมวิทซอย 11 และซอยรอบข้าง แคปหน้าจอเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบการเจรจา เพราะเป็นราคาตลาดจริงที่เจ้าของโต้แย้งได้ยากกว่าการอ้างตัวเลขลอย ๆ

บทสรุป

ก่อนตอบตกลงหรือปฏิเสธคำขอขึ้นค่าเช่า ให้เริ่มจากการหาหลักฐานราคาห้องว่างจริงในตึกเดียวกันเสียก่อน แล้วค่อยเปิดเจรจาอย่างน้อย 30-60 วันก่อนสัญญาหมดโดยพูดถึงต้นทุน vacancy ของเจ้าของอย่างตรงไปตรงมา หากตัวเลขที่เสนอมาสูงกว่าตลาดจริงอย่างชัดเจนและห้องมีปัญหาค้างที่ไม่ยอมซ่อม การย้ายอาจคุ้มกว่าการอยู่ต่อในราคาที่สูงขึ้น แต่ถ้าห้องและทำเลยังตอบโจทย์ การเสนอล็อกค่าเช่า 2 ปีแลกกับเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำลงมักเป็นทางออกที่ทั้งสองฝ่ายรับได้มากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความรู้อสังหาฯคู่มือฉบับเต็ม

เช่าคอนโดย่านนานา: สัญญา เงินมัดจำ และสิทธิผู้เช่าที่ต้องรู้ก่อนเซ็น

รวมกลไกจริงของการเช่าคอนโดย่านนานา ตั้งแต่สัญญา เงินมัดจำ ไปจนถึงสิทธิผู้เช่าที่ควรรู้ก่อนเซ็น

อ่าน 28 นาที
ความรู้อสังหาฯ

เช็กเจ้าของห้องเช่านานาให้ชัวร์ก่อนโอนมัดจำ: กันโดนเช่าซ้อน

เช็กลิสต์เอกสารและขั้นตอนตรวจสอบเจ้าของห้องเช่านานาก่อนโอนมัดจำ ป้องกันเช่าซ้อนและเช่าช่วงผิดกฎหมาย

อ่าน 10 นาที
ความรู้อสังหาฯ

เซ็นสัญญาเช่าภาษาอังกฤษที่นานา: มีผลตามกฎหมายไทยจริงหรือไม่

สัญญาเช่าภาษาอังกฤษล้วนใช้บังคับได้จริงในไทย แต่ถ้าขึ้นศาลจะตีความจากคำแปลไทย ไม่ใช่ต้นฉบับที่คุณเซ็น

อ่าน 10 นาที
ความรู้อสังหาฯ

เช่าช่วงคอนโดนานา รายวัน–ระยะสั้น ผิดกฎหมายไหม? กติกาที่ต้องรู้ก่อนโดนปรับ

เช่าช่วงคอนโดนานารายวันไม่ได้ผิดแค่กฎหมายรัฐ แต่ชนข้อบังคับนิติฯ และสัญญาเช่าไปพร้อมกัน สรุปกฎ 30 วันที่ต้องรู้ก่อนโดนปรับ

อ่าน 12 นาที